J flag

  • 0 ตอบ
  • 15 อ่าน
J flag
« เมื่อ: มกราคม 12, 2019, 02:01:31 am »

j-flag
ป้ายธงญี่ปุ่น หรือ j-flag
   สำหรับป้ายที่กำลังมาแรงมาในขณะนี้คงจะไม่พ้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่ทุกท่านจะสามารถพบเห็นได้ตามนิทรรศการ
อีเวนท์ หรือแม้แต่ตามข้างทาง ป้ายจำพวกนี้จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวตั้งโดยจะถูกนำติดอยู่บนฐานตั้ง โดยป้าย
ประเภทนี้มีแนวคิดปรับใช้มาจากญี่ปุ่นโดยจากมายุคซามูไร ซึ่งมั่นใจว่าหลายคนคงจะเคยเห็นตามภาพยนตร์ย้อนยุคที่
ซามูไรญี่ปุ่นในการรบจะชูป้ายที่มีเครื่องหมายกรุ๊ปไว้วางเรียงในกองทัพหรือติดไว้ตามแนวกำแพงเมืองเรียงกันเป็นแนวสะท้อนให้
มองเห็นถึงความยิ่งใหญ่รวมทั้งสง่างามโดยป้ายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งยึดติดกันเสาซึ่งนับว่าแตกต่างจากธงลักษณะเดิม
ที่มาจากตะวันตกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากความสง่าผ่าเผยจากที่กล่าวมาจึงเริ่มมีการปรับใช้นำป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagลักษณะเดียว
กันนี้มาใช้ในการโปรโมทรวมทั้งโปรโมทร้านกันถัดมาในภายหลัง
   สำหรับ[b]ป้ายธงญี่ปุ่น[/b]หรือ j-flagนั้นควรมีส่วนประกอบรวม 2 ส่วนหลักด้วยกันซึ่งต้องครบส่วนประกอบโน่นคือ 1.ป้าย
ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวตั้งโดยวัสดุนั้นจะเป็นจำพวกในก็ได้ ซึ่งโดยปัจจุบันนี้นิยมใช้พลาสติกไวนิลเพราะว่ามีราคาถูกรวมทั้ง
ทนต่อสภาพแวดล้อม แดดได้ดี เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่โล่งแจ้ง 2.ขาตั้ง ซึ่งเป็นข้อสำคัญที่จะฐานให้สามารถห้อย
ป้ายญี่ปุ่นหรือ j-flagได้ ซึ่งลักษณะโครงสร้างของขาตั้งก็จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นกับการออกแบบของคนจัดทำ แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่
ถ้าพูดถึงป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจำเป็นต้องระลึกถึงป้ายทรงสี่เหลี่ยมแนวตั้งที่มีขาตั้งรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบรรดาผู้สร้างรวมทั้งผู้จัดจำหน่ายป้าย
ประเภทนี้ก็มักจะขายพร้อมเป็นชุด
   ส่วนของตัวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นขนาดที่นิยมใช้งานจะมีขนาดด้านกว้าง (ความยาวแนวนอน) ที่ประมาณ 50 cm.
ไม่เกินนี้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความยาวของแขนของขาตั้งที่มักจะถูกวางแบบให้เหมาะสมกับป้าย แม้กระนั้นส่วนความสูง (ความยาวแนวตั้ง)
จะมีมากมายขนาดขึ้นกับการออกแบบซึ่งจะมีตั้งแม้กระนั้น 150 – 180 cm. เลยทีเดียว สำหรับวัสดุที่ใช้นั้นมักจะเป็น
ไวนิลทึบแสงโดยความละเอียดในการพิมพ์มักจะมีความละเอียดสูงตั้งแต่ 1200 dpi ขึ้นไปเพราะว่าตั้งอยู่พอดิบพอดีกับสายตาลายเส้น
จึงจำเป็นต้องคมชัดระดับหนึ่ง นอกนั้นป้ายธงญี่ปุ่นมักจะพิมพ์ลายทั้งคู่ด้านเพราะว่าตัวป้ายนั้นถูกห้อยอยู่ลอยๆไม่ต้องนำไปยึดกับ
ฉากหรือกำแพงทำให้สามารถหันตำแหน่งมุมมองของป้ายให้สามารถมองเห็นจากทั้งคู่ฝั่งได้
   ถัดมาส่วนของขาตั้งป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่สามารถแบ่งส่วนประกอบออกมาได้เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนฐาน ซึ่งเป็นส่วนรับ
น้ำหนักรวมทั้งสมดุลของขาตั้ง โดยจะต้องมีความกว้างของฐานที่สมควรเพื่อให้ป้ายไม่ล้มหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง วัสดุที่ใช้
นิยมใช้เป็นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรง อาจจะมีรูปร่างแต่งไม่เหมือนกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น รูปวงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม ฯลฯ
นอกเหนือจากนั้นเพื่อความแข็งแรงรวมทั้งแข็งแรงอาจจะมีการหลอมปูนลงบนฐานทำให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีลมแรงได้ดี
แม้กระนั้นสำหรับป้ายที่ใช้ในที่ร่มบางครั้งก็อาจจะใช้โลหะประเภทอลูมินัมแทนเพราะว่ามีน้ำหนักค่อยรวมทั้งโยกย้ายได้ง่าย 2.ส่วนของเสา ซึ่งจะมี
ความสูงที่จำเป็นต้องไม่น้อยกว่าความสูงของป้ายเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่จะนิยมที่ความสูง 2 เมตรเพื่อไม่สูงมากเกินความจำเป็นอยู่ในระดับสายตา
ที่มองเห็นได้รวมทั้งสะดวกต่อการติดตั้งป้าย 3.ส่วนแขนของขาตั้ง ส่วนนี้จะยึดติดอยู่กับเสาโดยจะมีแขนอยู่ 2 ข้างยื่นออกมาเพื่อ
ยึดติดกับป้ายได้อีกทั้งด้านบนรวมทั้งด้านล่างได้เพื่อให้สามารถยึดป้ายได้แน่นหนาไม่ขยับหรือลอยละลิ่วได้ง่าย สำหรับความยาวของช่วงแขน
โดยหลักจำเป็นต้องพอดิบพอดีกับความกว้างของป้าย เนื่องจากถ้าแขนสั้นจนถึงเหลือเกินก็อาจจะทำให้ป้ายไม่ตึงรวมทั้งพับได้ แม้กระนั้นถ้ามีความยาว
มากเกินความจำเป็นก็จะแขนยื่นโผล่ออกมาจากป้ายทำให้มองเกะกะและไม่สวย นอกเหนือจากนั้นแขนของขาตั้งด้านล่างควรจะถูกวางแบบให้
สามารถสไลด์ปรับระดับได้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความสูงของป้ายในกรณีที่ความสูงของป้ายไม่เพียงพอดีหรือใช้ซ้ำได้ในกรณีมีการเปลี่ยนป้าย
   ในด้านการใช้แรงงานป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นสามารถใช้งานได้อีกทั้งนอกรวมทั้งด้านในตึก ซึ่งจำเป็นต้องตรึกตรองด้านการเลือกใช้วัสดุ
ก่อนจะมีการวางแบบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้นอกตึกจำเป็นต้องใช้ป้ายที่มีทนต่อสภาพอากาศรวมทั้งแดด ตัวขาตั้งจำเป็นต้องแข็งแรงมั่นคงสามารถ
ขัดขวางแรงลม พายุฝน แล้วก็จำเป็นต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสนิม ฯลฯ ทั้งนั้นเพื่อให้สามารถใช้นานได้ช้านานรวมทั้งคุ้ม
รูปแบบของการใช้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นส่วนใหญ่มักใช้ในการอีเวนท์รวมทั้งนิทรรศการต่างๆเพราะย้ายได้ง่าย ออมพื้นที่ รวมทั้ง
ไม่ต้องไปหาตำแหน่งปิดป้ายเพราะว่าสามารถนำไปวางได้โดยทันที ไม่เพียงเท่านั้นยังนิยมนำไปวางเรียงกันเพื่อเพิ่มความสวยงามรวมทั้งดึง
ดูดความพึงพอใจของลูกค้าได้ดี ซึ่งมักจะพบเห็นได้ตามงานจัดบูท หน้าแผนการต่างๆซึ่งจะทำให้แผนการนั้นมองสง่างาม น่าไว้วางใจ
ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งพบเห็นได้ตามแผนการบ้านจัดสรร บูทพิเศษของธนาคารต่างๆฯลฯ สำหรับผู้ประกอบประเภทร้านก็นิยม
ใช้ป้ายประเภทนี้ตีสีหน้าร้านค้าเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น โปรโมทผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ได้อยากต้องการติดเป็นการถาวร สามารถเปลี่ยนหรือเก็บ
เข้าร้านค้าได้สะดวกรวมทั้งนำออกมาได้ง่ายอีกด้วย ฉะนั้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจึงนับเป็นช่องทางใหม่ของโฆษณาที่ไม่สมควรมองข้าม

เครดิตบทความจาก : http://www.pimde.com/

Tags : ป้ายธงญี่ปุ่น ,j-flag