น้ำหอม ชาแนล กับการเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว

  • 0 ตอบ
  • 7 อ่าน
ถ้าหากถามคำถามว่าเพราะเหตุไรพวกเราจึงจำเป็นต้องใช้น้ำหอม เนื่องจากว่าใครอีกหลายๆคนไม่เคยใช้หรือบางทีก็อาจจะคิดว่าน้ำหอมไม่มีความจำเป็นเพราะเราใช้แค่สบู่ทำความสะอาดตัวตอนอาบน้ำ กลิ่นของสบู่ก็หอมก็ดีแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่เนื่องจากว่าบางที่อากาศบ้านพวกเราร้อนจัดทำให้เหงื่อไหลได้ง่ายดาย แล้วก็เมื่อเหงื่อเจอกับกลิ่นของสบู่ หรือว่าความเค็มของเหงื่อพบกับไขมันจากสบู่ที่อยู่บนตัวเรา ก็อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยา นั่นคือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั่นเองค่ะ สังเกตว่าเพราะเหตุใดตอนเช้าเราไปทำงานก็ยังตัวหอมดี แต่ว่าเมื่อเลิกงานเดินทางกลับไปอยู่บ้านกลิ่นตัวเริ่มมา ดังนั้นหมายความว่าการอาบน้ำของพวกเราเริ่มจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะ การอาบน้ำอย่างเดียวอาจจะไม่พอจะต้องมีตัวช่วย อย่างน้ำหอม ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นน้ำหอม ชาแนล หรือว่าน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ที่มีขายกัน ในขณะนี้ก็เยอะมาก สำหรับน้ำหอม chanel แล้วเรียกว่าเป็นที่นิยมมากเลยทีเดียวล่ะจ้ะ ดังนั้นวันนี้พวกเรามาดูกันว่า วิธีสำหรับการเลือกซื้อน้ำหอมจำเป็นต้องสังเกตดูอะไรบ้าง แน่ๆว่าเราใช้น้ำหอมก็จำต้องอยากได้กลิ่นที่ติดทนตลอดวัน หรือนานที่สุดเท่าที่จะสามารถนั่นเองจ้ะ ซึ่งหากอยากได้ความคงทน พวกเราจะต้องมองที่ความเข้มข้นของน้ำหอม ดังนั้นมาดูกันว่า ระดับความเข้มข้นของน้ำหอมมีแบบไหนยังไงบ้าง

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม

1.) Parfum หรือ Perfume น้ำหอมชนิดนี้เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มขันสูงที่สุด แล้วก็มีหัวน้ำหอมสูงถึง 20 - 40% เลยทีเดียวจ้ะ ด้วยเหตุนี้ความทนทานนานก็จะติดไปถึง 8 - 10 ชั่วโมงเลยล่ะ เมื่อเป็นน้ำหอมซึ่งสามารถให้กลิ่นติดทนนานได้อย่างงี้ ราคาของน้ำหอมก็จะสูงตามไปด้วย เนื่องจากเป็นน้ำหอมที่มีหัวน้ำหอมเยอะ เหมาะกับคนที่มีผิวบอบบางหรือที่พวกเราเรียกว่า Sensitive มากกว่าการใช้น้ำหอมจำพวกอื่น เพราะเมื่อมีหัวน้ำหอมเยอะมาก แอลกอฮอล์ก็เลยน้อยนั่นเองจ้ะ
2.) Eau de Parfum ( EDP) เป็นน้ำหอมที่เรียกว่ามีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมมากรองๆ ลงมาจากแบบแรกนั่นเอง ปริมาณหัวน้ำหอมที่ใส่ไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 15 - 20% ให้กลิ่นติดทนนานประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง และเรื่องของราคาก็เลยถูกกว่าแบบแรกนิดนึง เพราะว่าอย่างงี้ก็เหมือนกัน คือมีจำนวนหัวน้ำหอมลดลง จำนวนแอลกอฮอล์จึงมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองหัวน้ำหอม ราคาจึงถูกกว่านั่นเอง น้ำหอม ชาแนลรุ่นที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง BLEU DE CHANEL Eau De Parfum Pour Homme Spray ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
3.) Eau de Toilette (EDT) เป็นกลุ่มที่เรียกว่ามีความเข้าข้น ออกจะน้อย หัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 5 - 15% ระยะเวลาของกลิ่นที่จะติดอยู่กับตัวเราคือ ประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงเพียงแค่นั้นค่ะ แม้กระนั้นนับว่าเป็นกรุ๊ปยอดนิยมมากมายเลยทีเดียว อย่าง Chanel Coco Mademoiselle Eau de Toilette เป็นน้ำหอม ชาแนลอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยม มีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ กลีบดอกกุหลาบ ดอกมะลิและเพิ่มความหอมหวานจากกลิ่นลิ้นจี่ ซึ่งผู้คนจำนวนมากก็เลือกที่จะใช้น้ำหอมกลุ่มนี้ในตอนกลางวัน แล้วก็ใช้ EDP ในตอนค่ำนั่นเอง
4.) Eau de Cologne (EDC) เป็นน้ำหอมกลุ่มที่มีความเข้มข้นต่ำที่สุดของบรรดาน้ำหอมทั้งปวงเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุว่าจำนวนหัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปมีเพียง 2 - 4% เท่านั้น ที่เหลือคือแอลกอฮอล์ ราคาจึงถูกกว่าน้ำหอมทุกจำพวก แต่ว่าจะติดทนนานแค่เพียง 3 - 4 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ แต่ว่าถ้าหากว่าพวกเราไปงานเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน

 

5.) Eau Fraiche เป็นกรุ๊ปที่ไม่ค่อยแตกต่างจากกรุ๊ป EDC ค่ะ หัวน้ำหอมที่อยู่ในน้ำหอมกลุ่มนี้มีเพียงแค่ 1 - 3% แต่จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ด้วยเหตุว่าจะใช้น้ำแทนทั้งสิ้นนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองใช้น้ำหอม chanel จะรู้ว่า Chanel CHANCE EAU FRAICHE น้ำหอมสีประกายเขียวมรกตตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ธรรมดาเลย ให้กลิ่นหอมอ่อนๆที่จะทำให้คุณสดชื่นไปตลอดทั้งวัน   

 

สำหรับการเลือกใช้น้ำหอมที่นอกจากจะจำเป็นต้องดูที่ประมาณหัวน้ำหอมแล้ว ยังจำเป็นต้องดูที่อุณหภูมิอีกด้วย เพราะอุณหภูมิก็ส่งผลต่อการใช้น้ำหอมให้ติดทนนานจ้ะ เป็นต้นว่า ในฤดูร้อนชอบใช้ EDT ซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้และก็ผลไม้ ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น นั่นเองค่ะ

มาดูในเรื่องของผิวกันบ้างค่ะ ว่าเราจะเลือกน้ำหอม ชาแนลให้เหมาะสมกับผิวเราได้อย่างไร ผิวแบบไหนจะต้องใช้น้ำหอมแบบไหน
เริ่มกันที่ผิวมัน เป็นผิวชนิดที่ในผิวจะมีน้ำมันอยู่มาก และก็เป็นผิวที่น้ำหอมจะติดทนนานที่สุด กลิ่นจะกระจายตัวได้ค่อนข้างดี และก็ผิวมันจะส่งผลให้กลิ่นของน้ำหอมฉุนขึ้นมากกว่าธรรมดา เพราะฉะนั้นคนที่ผิวมันควรเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนมาก แล้วเลือกใช้เป็นกลิ่นที่อ่อนโยนลงมาหรือว่ากลิ่นหอมบางๆแทน

 

ผิวแห้ง เป็นผิวที่ซึมซับความมันจากน้ำหอมได้ดี ทำให้การกระจายตัวของน้ำหอมไม่ค่อยดี หรือเรียกว่ากระจายตัวได้น้อยกว่าคนที่มีผิวเป็นแบบผิวมันนั่นเองค่ะ โดยเหตุนี้การเลือกน้ำหอมจำต้องเลือกที่มีกลิ่นแรงนิดนึงจะช่วยให้กลิ่นติดทนขึ้น
ผิวที่เหงื่อซึมง่าย ควรที่จะทำการเลือกใช้น้ำหอมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะผิวที่เหงื่อไหลง่ายรูรูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ในขณะที่เราใช้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสบได้นั่นเองจ้ะ
รู้อย่างงี้แล้วคงทำให้หลายๆคนเลือกซื้อน้ำหอม ชาแนลได้ง่ายขึ้น ซึ่งน้ำหอมในแต่ละรุ่นของ Chanel เองก็มีระดับความเข้มข้นของน้ำหอมให้ท่านได้เลือกกันหลายระดับตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ใดที่สนใจแนะนำว่าไปทดลองเทสกันได้ที่เค้าท์เตอร์แบรนด์เพื่อให้คุณสัมผัสได้ถึงความหอมที่เหมาะกับตัวคุณอย่างแท้จริง